อสังหาฯไทย ภายใต้ภาวะติดหล่มความเชื่อมั่น

June 22, 2020

แม้ล่าสุดคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเหลือ 0.50% ต่อปี ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ หวังเพิ่มสภาพคล่อง กระตุ้นให้เศรษฐกิจไทยที่ถูกสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แช่แข็งไว้ ไปต่อได้ และกลายเป็นปัจจัยบวกโดยตรง สำหรับภาคอสังหาริมทรัพย์ ลดภาระการผ่อนชำระของผู้ซื้อบ้าน-คอนโดมิเนียมลง อีกทั้งเพิ่มโอกาสในการกู้สินเชื่อให้ผ่านมากขึ้นนั้น แต่อย่างไรก็ตาม อสังหาฯไทย ปี 2563 ยังน่ากังวลอยู่หลายด้าน สะท้อนภาพชะลอตัวในทุกแง่ผ่านตัวเลขของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ที่มองแม้ตลาดที่อยู่อาศัยปีนี้ จะไม่เกิดปัญหารุนแรงเช่นที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2541 แต่ประเมินภาวะทั้งปี อาจติดลบได้มากถึง 15% โดยเฉพาะปัญหาที่มาจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจในประเทศ ,ปัญหาโอเวอร์ซัพพลายของตลาดคอนโดฯ และน่าห่วงสุด การหดตัวของกำลังซื้อ ความเชื่อมั่นต่อรายได้ ความมั่นคงในหน้าที่การงานของผู้บริโภคนับหลังจากนี้ จากมุมสะท้อนนายวิชัย วิรัตกพันธ์ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส). ระบุว่า สถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ซึ่งเดิมเคยประเมินไว้เป็นเพียงปัจจัยลบระยะสั้นสำหรับตลาดที่อยู่อาศัยปี 2563 ณ ช่วงต้นปีนั้น ปัจจุบันกลายเป็นผลกระทบใหญ่ต่อการลงทุนของผู้ประกอบการ และการซื้อขายอย่างเป็นรูปธรรมอย่างหลีกเลี่ยงได้ยาก คาดกรณีเลวร้ายสุด ตลาดอาจติดลบประมาณ 10-15% จากเดิมที่คาดการณ์ไว้เพียง 5% เท่านั้น โดยมีการหดตัวในช่วง 6 เดือนแรกของปี เป็นตัวถ่วงภาพรวม ตัวเลขที่แสดงถึงภาวะขึ้น-ลงของตลาดอย่างชัดเจน คือ การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยที่จะเกิดขึ้นทั่วประเทศ ปีนี้ประเมินอยู่ที่ 311,719 หน่วย ลดลงถึง 16.7% จากปีก่อนหน้า ส่วนมูลค่าลดลง 14.8% อยู่ที่ประมาณ 7.46 แสนล้านบาทเท่านั้น ตัวเลขติดลบดังกล่าว มาจากสถานการณ์การโอนฯในกลุ่มคอนโดมิเนียมของพื้นที่ กทม.-ปริมณฑลและการโอนฯในกลุ่มลูกค้าต่างชาติ (กลุ่มนักลงทุนหวั่นห้องว่างไร้ผู้เช่า) ตลอดช่วงไตรมาส 1 ต่อเนื่องไตรมาส 2 ที่ลดลงชัดเจน ส่วนภาพรวมการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยบุคคล ก็คงปรับตัวลดลง สอดคล้องไปกับยอดการโอนกรรมสิทธิ์ มองติดลบประมาณ 10.8% มูลค่าอยู่ที่ 5.71 แสนล้านบาท ที่มา : ฐานเศรษฐกิจ